Birdby LogoBirdby
นกกินปลีอกเหลือง (Cinnyris jugularis)

นกกินปลีอกเหลือง

Least Concern (ความเสี่ยงต่ำ)

Cinnyris jugularis

เห็นนกหรือ? ระบุชนิดทันทีด้วยแอป Birdby

เปิดแอป

เกี่ยวกับ

นกกินปลีอกเหลืองเป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงาม พบได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะเด่นคือลำตัวด้านบนสีเขียวมะกอกเหลือบเงา และลำตัวด้านล่างสีเหลืองสดใส โดยเฉพาะในนกตัวผู้จะมีแถบสีน้ำเงินม่วงเหลือบเงาบริเวณคอและอก เป็นนกที่กินน้ำหวานจากดอกไม้และแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร มีบทบาทสำคัญในการผสมเกสรดอกไม้

ขนาดและอายุขัย

ความยาว
10-12 ซม.
ระยะปีกกาง
14-16 ซม.
น้ำหนัก
6-10 กรัม
อายุขัย
เฉลี่ย 3-5 ปีในธรรมชาติ
อาหาร
กินน้ำหวานจากดอกไม้เป็นหลัก และแมลงขนาดเล็ก เช่น แมงมุม เพลี้ย หนอนผีเสื้อ

ลักษณะทางกายภาพ

ขน
ตัวผู้: หัว คอ และอกส่วนบนเป็นสีน้ำเงินม่วงเหลือบเงา (iridescent blue-violet) มีแถบสีน้ำตาลแดงแคบๆ ใต้แถบสีน้ำเงินม่วง อกส่วนล่างและท้องเป็นสีเหลืองสดใส หลังและปีกสีเขียวมะกอก ตัวเมีย: ลำตัวด้านบนสีเขียวมะกอก ด้านล่างสีเหลืองสดใส ไม่มีแถบสีน้ำเงินม่วงที่คอและอกเหมือนตัวผู้
รูปร่างจะงอยปาก
จะงอยปากเรียวยาว โค้งลง สีดำ เหมาะสำหรับดูดน้ำหวานจากดอกไม้
สีตา
สีน้ำตาลเข้ม
สีขา
สีดำ
ลักษณะที่โดดเด่น
ขนาดเล็ก ลำตัวด้านบนสีเขียวมะกอก ด้านล่างสีเหลืองสดใส ตัวผู้มีคอและอกสีน้ำเงินม่วงเหลือบเงาชัดเจน
ลักษณะของวัยอ่อน
นกวัยอ่อนมีลักษณะคล้ายตัวเมีย แต่สีเหลืองที่อกและท้องจะจางกว่า และอาจมีลายขีดจางๆ ที่อก
การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสีขนตามฤดูกาลที่ชัดเจน
ความแตกต่างทางเพศ
ชัดเจน ตัวผู้มีสีสันสดใสกว่า โดยเฉพาะบริเวณคอและอกที่เป็นสีน้ำเงินม่วงเหลือบเงา ส่วนตัวเมียมีสีเหลืองที่อกและท้อง แต่ไม่มีสีน้ำเงินม่วง

วิธีระบุชนิด

  1. 1

    ขนาดและรูปร่าง

    เป็นนกขนาดเล็ก ลำตัวเพรียวบาง มีจะงอยปากยาวโค้งลง

  2. 2

    สีขนตัวผู้

    มองหาคอและอกสีน้ำเงินม่วงเหลือบเงาที่ตัดกับอกและท้องสีเหลืองสดใส

  3. 3

    สีขนตัวเมีย

    มองหาลำตัวด้านบนสีเขียวมะกอกและด้านล่างสีเหลืองสดใส ไม่มีสีน้ำเงินม่วง

  4. 4

    พฤติกรรมการหากิน

    สังเกตพฤติกรรมการดูดน้ำหวานจากดอกไม้ หรือการบินโฉบจับแมลงเล็กๆ

  5. 5

    เสียงร้อง

    ฟังเสียงร้องเพลงที่แหลมสูง รัวเร็ว และต่อเนื่อง หรือเสียงเรียก 'จิ๊บ-จิ๊บ' สั้นๆ

ถิ่นที่อยู่และการกระจาย

ไบโอม
ป่าชายเลน, ป่าดิบชื้น, ป่าโปร่ง, สวนสาธารณะ, สวนหย่อม, พื้นที่เกษตรกรรม, ชายฝั่งทะเล
การกระจายทางภูมิศาสตร์
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบางส่วนของออสเตรเลีย
ระดับความสูง
ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,000 เมตร
สิ่งแวดล้อมที่ชอบ
พื้นที่ที่มีดอกไม้บานสะพรั่งและพุ่มไม้หนาแน่น ใกล้แหล่งน้ำ และพื้นที่ที่มีต้นไม้สูง

พฤติกรรม

เวลาที่ใช้กิจกรรม
หากินในเวลากลางวัน (Diurnal)
พฤติกรรมการกิน
ดูดน้ำหวานจากดอกไม้โดยใช้จะงอยปากยาวและลิ้นที่เป็นหลอด นอกจากนี้ยังกินแมลงขนาดเล็กและแมงมุมที่พบตามดอกไม้และใบไม้
พฤติกรรมทางสังคม
มักพบอยู่โดดเดี่ยว หรือเป็นคู่ ในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์อาจรวมกลุ่มเล็กๆ
รูปแบบการบิน
บินเร็วและคล่องแคล่ว บินโฉบไปมาระหว่างดอกไม้เพื่อดูดน้ำหวาน สามารถลอยตัวอยู่กับที่ได้ชั่วขณะ (hovering) คล้ายนกฮัมมิงเบิร์ด
การอพยพ
เป็นนกประจำถิ่น ไม่มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน
การหวงอาณาเขต
ตัวผู้จะแสดงพฤติกรรมหวงถิ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ และจะขับไล่นกกินปลีตัวอื่นที่เข้ามาในอาณาเขต

เสียงร้องและเสียงเรียก

เสียงร้อง
เพลงร้องเป็นเสียงแหลมสูง รัวเร็ว และต่อเนื่อง มีจังหวะที่หลากหลายและไพเราะ มักร้องขณะเกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง
เสียงเรียก
เสียงร้องเรียกเป็นเสียง 'จิ๊บ-จิ๊บ' หรือ 'ชิป-ชิป' สั้นๆ แหลมสูง มักร้องขณะหากินหรือเมื่อรู้สึกถูกคุกคาม
เมื่อใดส่งเสียง
ร้องเพลงและส่งเสียงเรียกได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และตอนเย็น

การสืบพันธุ์

ฤดูผสมพันธุ์
ตลอดทั้งปี แต่จะสูงสุดในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม) ในประเทศไทย
พฤติกรรมการทำรัง
สร้างรังเป็นรูปถุงห้อยลงมาจากกิ่งไม้เล็กๆ หรือพุ่มไม้ต่ำๆ มักใช้ใยแมงมุม เศษใบไม้เล็กๆ และวัสดุอ่อนนุ่มอื่นๆ ในการสร้างรัง ทางเข้ารังอยู่ด้านข้าง
จำนวนไข่ในรัง
2-3 ฟอง
ลักษณะของไข่
วางไข่ 2-3 ฟองต่อครั้ง ไข่มีสีขาวอมชมพูหรือสีเทาอ่อน มีจุดและลายขีดสีน้ำตาลแดงกระจายอยู่ทั่ว
ระยะการฟักไข่
ประมาณ 11-14 วัน
ระยะการออกจากรัง
ลูกนกจะออกจากรังประมาณ 13-16 วันหลังจากฟัก
การดูแลของพ่อแม่
ทั้งพ่อและแม่ช่วยกันกกไข่และเลี้ยงดูลูกนก โดยตัวเมียจะกกไข่เป็นหลัก ส่วนตัวผู้จะช่วยหาอาหารมาป้อนลูกนก

พบที่ใด

สวนสาธารณะและสวนหย่อม

พบได้ง่ายในสวนสาธารณะที่มีดอกไม้และพุ่มไม้หนาแน่น เช่น สวนลุมพินี สวนรถไฟ

ป่าชายเลนและชายฝั่ง

พบได้ทั่วไปในป่าชายเลนและพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์

พื้นที่เกษตรกรรม

พบได้ในสวนผลไม้ สวนยางพารา หรือไร่นาที่มีดอกไม้และต้นไม้

เคล็ดลับภาคสนาม

  1. มองหาดอกไม้บาน. นกกินปลีอกเหลืองมักจะหากินตามดอกไม้ที่มีน้ำหวาน เช่น ดอกชบา ดอกเข็ม ดอกกล้วยไม้
  2. ฟังเสียงร้อง. เสียงร้องที่แหลมสูงและรัวเร็วเป็นสัญญาณที่ดีในการระบุตำแหน่งของนก
  3. ใช้กล้องส่องทางไกล. เนื่องจากเป็นนกขนาดเล็กและเคลื่อนไหวเร็ว กล้องส่องทางไกลจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของสีขนได้ชัดเจนขึ้น
  4. อดทนและสังเกต. นกกินปลีมักจะหากินอย่างต่อเนื่องในบริเวณเดิมๆ หากอดทนรอ อาจจะได้เห็นพฤติกรรมที่น่าสนใจ

ชนิดที่คล้ายกัน

นกกินปลีคอสีน้ำตาล

Anthreptes malacensis

นกกินปลีคอสีน้ำตาลมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ตัวผู้มีคอและอกสีน้ำตาลแดง ไม่ใช่สีน้ำเงินม่วงเหลือบเงาเหมือนนกกินปลีอกเหลือง

นกกินปลีแก้มสีทับทิม

Chalcoparia singalensis

นกกินปลีแก้มสีทับทิมมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ตัวผู้มีแก้มสีแดงทับทิม และไม่มีสีน้ำเงินม่วงที่คอและอก

ข้อเท็จจริงด่วน

ชื่อสามัญ:
นกกินปลีอกเหลือง
ชื่อวิทยาศาสตร์:
Cinnyris jugularis
ขนาด:
เล็ก (10-12 ซม.)
อาหารหลัก:
น้ำหวานและแมลง
สถานะการอนุรักษ์:
ความเสี่ยงต่ำ (Least Concern)
ถิ่นที่อยู่:
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อเท็จจริงน่าสนใจ

  • นกกินปลีอกเหลืองเป็นหนึ่งในนกกินปลีที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • มีบทบาทสำคัญในการผสมเกสรดอกไม้หลายชนิด เนื่องจากดูดน้ำหวานจากดอกไม้หลากหลายประเภท
  • สามารถบินลอยตัวอยู่กับที่ได้ชั่วขณะ (hovering) คล้ายนกฮัมมิงเบิร์ด แต่ส่วนใหญ่จะเกาะดูดน้ำหวาน
  • รังของนกกินปลีอกเหลืองมีลักษณะเป็นถุงห้อยลงมาอย่างสวยงามและซับซ้อน มักสร้างจากใยแมงมุมและวัสดุธรรมชาติอื่นๆ

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร
Animalia
ไฟลัม
Chordata
ชั้น
Aves
อันดับ
Passeriformes
วงศ์
Nectariniidae
สกุล
Cinnyris
ชนิด
Cinnyris jugularis

สำรวจ นกกินปลีอกเหลือง

ระบุชนิดนกได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุชนิดด้วยภาพและเสียง ฐานข้อมูลครบถ้วนและรายการส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป