Birdby LogoBirdby

Blue-tailed Bee-eater

Least Concern (สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์)

Merops philippinus

เห็นนกหรือ? ระบุชนิดทันทีด้วยแอป Birdby

เปิดแอป

เกี่ยวกับ

นกจาบคาคอสีฟ้าเป็นนกอพยพที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย มีสีสันสวยงามโดดเด่นด้วยลำตัวสีเขียวอมฟ้า หางสีฟ้า และแถบดำคาดตา มีพฤติกรรมการกินแมลงโดยเฉพาะผึ้งและต่อเป็นอาหารหลัก มักพบเห็นเกาะอยู่ตามสายไฟ กิ่งไม้ หรือพุ่มไม้โล่งๆ เพื่อโฉบจับแมลงกลางอากาศ

ขนาดและอายุขัย

ความยาว
23-26 ซม. (ไม่รวมขนหางคู่กลางที่ยื่นยาวออกไปอีก 7-10 ซม.)
ระยะปีกกาง
30-35 ซม.
น้ำหนัก
30-50 กรัม
อายุขัย
ประมาณ 5-8 ปีในธรรมชาติ
อาหาร
กินแมลงเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะผึ้ง ต่อ แตน แมลงปอ และแมลงอื่นๆ ที่บินได้

ลักษณะทางกายภาพ

ขน
ลำตัวส่วนใหญ่สีเขียวอมฟ้าสดใส หัวและหลังส่วนบนมีสีเขียวอมน้ำตาลอ่อนๆ คอและอกส่วนบนมีสีฟ้าสดใสตัดกับแถบสีดำคาดตาที่ลากยาวจากโคนปากผ่านตาไปถึงข้างคอ ท้องและก้นสีเขียวอ่อน ปีกสีเขียวอมฟ้า ปลายปีกดำ ขนหางคู่กลางยื่นยาวเป็นพิเศษและมีสีฟ้าอมเขียว
รูปร่างจะงอยปาก
ปากเรียวยาว โค้งเล็กน้อย สีดำ
สีตา
ตาสีแดงเข้ม
สีขา
ขาสั้น สีเทาอมดำ
ลักษณะที่โดดเด่น
แถบดำคาดตาที่เด่นชัด คอสีฟ้าสดใส และขนหางคู่กลางที่ยื่นยาวเป็นลักษณะเฉพาะที่ช่วยในการจำแนกชนิด
ลักษณะของวัยอ่อน
นกวัยอ่อนมีสีสันโดยรวมคล้ายนกเต็มวัย แต่สีจะจางกว่าเล็กน้อย ขนหางคู่กลางจะสั้นกว่าหรือยังไม่ยื่นยาวออกไป และแถบสีดำคาดตาอาจไม่คมชัดเท่านกเต็มวัย
การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีขนตามฤดูกาลที่ชัดเจน
ความแตกต่างทางเพศ
เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะคล้ายกันมาก อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในความยาวของขนหางคู่กลาง โดยเพศผู้มักจะยาวกว่าเล็กน้อย

วิธีระบุชนิด

  1. 1

    สีคอ

    มองหาคอสีฟ้าสดใสที่ตัดกับลำตัวสีเขียวอมฟ้า นี่คือจุดเด่นที่สำคัญที่สุด

  2. 2

    แถบคาดตา

    สังเกตแถบสีดำเข้มที่ลากผ่านตาไปถึงข้างคอ

  3. 3

    ขนหาง

    มองหาขนหางคู่กลางที่ยื่นยาวเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของนกจาบคาหลายชนิด แต่ในชนิดนี้จะเห็นได้ชัดเจน

  4. 4

    พฤติกรรม

    สังเกตพฤติกรรมการเกาะนิ่งบนที่สูงและโฉบจับแมลงกลางอากาศ

  5. 5

    เสียงร้อง

    ฟังเสียงร้อง 'ปรี๊ด-ปรี๊ด' ที่แหลมและดัง

ถิ่นที่อยู่และการกระจาย

ไบโอม
พื้นที่เปิดโล่ง ทุ่งนา ทุ่งหญ้า ชายป่า สวนสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม ใกล้แหล่งน้ำ
การกระจายทางภูมิศาสตร์
แพร่กระจายพันธุ์ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา ไปจนถึงจีนตอนใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงประเทศไทย) และอินโดนีเซีย
ระดับความสูง
ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ราบถึงความสูงไม่เกิน 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
สิ่งแวดล้อมที่ชอบ
ชอบพื้นที่เปิดโล่งที่มีแมลงชุกชุม ใกล้แหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง บึง หรือนาข้าว และมีกิ่งไม้ สายไฟ หรือพุ่มไม้ให้เกาะพักเพื่อโฉบจับแมลง

พฤติกรรม

เวลาที่ใช้กิจกรรม
หากินในเวลากลางวัน (Diurnal)
พฤติกรรมการกิน
เป็นนกกินแมลงที่เชี่ยวชาญในการจับแมลงกลางอากาศ มักเกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ สายไฟ หรือยอดไม้สูงๆ เมื่อเห็นแมลงบินผ่านก็จะโฉบออกไปจับอย่างรวดเร็วและกลับมาเกาะที่เดิมเพื่อกินเหยื่อ บางครั้งอาจทุบเหยื่อกับกิ่งไม้เพื่อกำจัดพิษหรือทำให้เหยื่อตายก่อนกลืน
พฤติกรรมทางสังคม
มักพบเป็นฝูงเล็กๆ หรือฝูงใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงอพยพและช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ อาจรวมฝูงกับนกจาบคาชนิดอื่นได้
รูปแบบการบิน
บินได้รวดเร็ว คล่องแคล่ว และสง่างาม มีการร่อนและโฉบจับแมลงกลางอากาศได้อย่างแม่นยำ
การอพยพ
เป็นนกอพยพย้ายถิ่นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นกที่ผสมพันธุ์ในเขตอบอุ่นจะอพยพลงใต้ในช่วงฤดูหนาว ส่วนในประเทศไทยเป็นทั้งนกอพยพผ่านและนกอพยพมาอาศัยในช่วงฤดูหนาว
การหวงอาณาเขต
ในช่วงฤดูผสมพันธุ์จะมีการสร้างรังและปกป้องอาณาเขตบริเวณรัง แต่ในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์มักรวมฝูงและไม่แสดงพฤติกรรมหวงถิ่นชัดเจน

เสียงร้องและเสียงเรียก

เสียงร้อง
ไม่มีเพลงร้องที่ซับซ้อน
เสียงเรียก
เสียงร้องหลักคือเสียง 'ปรี๊ด-ปรี๊ด' หรือ 'ปรี๊ด-ปรี๊ด-ปรี๊ด' ที่แหลมและดัง มักร้องขณะบินหรือเกาะพักอยู่ เสียงร้องจะคล้ายกับนกจาบคาหัวเขียวแต่จะแหลมกว่าเล็กน้อย
เมื่อใดส่งเสียง
มักร้องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะเมื่อบินหรือสื่อสารกันในฝูง

การสืบพันธุ์

ฤดูผสมพันธุ์
ในประเทศไทยมักพบการผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน
พฤติกรรมการทำรัง
ทำรังในโพรงดินตามหน้าผา ดินทราย หรือตลิ่งริมแม่น้ำ โดยจะขุดโพรงเป็นอุโมงค์ลึกเข้าไปในดิน อาจทำรังเป็นอาณานิคมขนาดใหญ่ร่วมกับนกจาบคาชนิดอื่น
จำนวนไข่ในรัง
วางไข่ครั้งละ 4-7 ฟอง
ลักษณะของไข่
ไข่มีสีขาวเป็นมันวาว รูปทรงรี ขนาดประมาณ 20-25 มม.
ระยะการฟักไข่
ประมาณ 21-24 วัน
ระยะการออกจากรัง
ลูกนกจะออกจากรังเมื่ออายุประมาณ 28-31 วัน
การดูแลของพ่อแม่
ทั้งพ่อและแม่ช่วยกันกกไข่และเลี้ยงดูลูกนก

พบที่ใด

ทุ่งนาและพื้นที่เกษตรกรรม

เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมลง

ริมแม่น้ำ ลำคลอง หรือบึง

มักพบทำรังตามตลิ่งดิน และเป็นแหล่งน้ำสำหรับดื่มกิน

สวนสาธารณะและพื้นที่เปิดโล่ง

ที่มีต้นไม้ให้เกาะพักและมีแมลงบินผ่าน

สายไฟและเสาไฟฟ้า

มักใช้เป็นจุดเกาะพักเพื่อมองหาเหยื่อ

เคล็ดลับภาคสนาม

  1. ช่วงเวลาที่เหมาะสม. ช่วงเช้าตรู่และช่วงบ่ายแก่ๆ เป็นช่วงที่นกออกหากินมากที่สุด
  2. อุปกรณ์. กล้องส่องทางไกลจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของสีขนและลักษณะเด่นได้ชัดเจนขึ้น
  3. ความอดทน. นกจาบคาคอสีฟ้ามักจะเกาะนิ่งอยู่เป็นเวลานานก่อนจะโฉบออกไปจับเหยื่อ
  4. ฟังเสียง. เสียงร้องที่แหลมและดังของมันมักจะช่วยให้ระบุตำแหน่งได้ง่าย

ชนิดที่คล้ายกัน

นกจาบคาหัวเขียว

Merops orientalis

นกจาบคาหัวเขียวมีขนาดเล็กกว่า มีหัวสีเขียวอมน้ำตาลแดง ไม่มีคอสีฟ้าสดใส และขนหางคู่กลางยื่นยาวน้อยกว่าหรือไม่มีเลยในบางตัว

นกจาบคาเล็ก

Merops pusillus

นกจาบคาเล็กมีขนาดเล็กที่สุดในสกุล Merops และมีถิ่นอาศัยในแอฟริกา ไม่พบในเอเชีย

ข้อเท็จจริงด่วน

ชื่อสามัญ:
นกจาบคาคอสีฟ้า
ชื่อวิทยาศาสตร์:
Merops philippinus
สถานะการอนุรักษ์:
Least Concern
อาหารหลัก:
แมลง (โดยเฉพาะผึ้งและต่อ)
ถิ่นอาศัย:
ทุ่งนา, ชายป่า, ริมน้ำ

ข้อเท็จจริงน่าสนใจ

  • นกจาบคาคอสีฟ้ามีความสามารถพิเศษในการกำจัดพิษจากแมลงมีพิษ เช่น ผึ้งและต่อ โดยการทุบเหยื่อกับกิ่งไม้เพื่อรีดพิษออกก่อนกลืนกิน
  • ชื่อ 'Bee-eater' มาจากพฤติกรรมการกินผึ้งเป็นอาหารหลัก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศในการควบคุมประชากรแมลง
  • เป็นนกที่มักจะทำรังเป็นอาณานิคมขนาดใหญ่ โดยมีโพรงรังจำนวนมากอยู่ใกล้กันบนหน้าผาดิน
  • ในประเทศไทย นกจาบคาคอสีฟ้าเป็นหนึ่งในนกอพยพที่พบเห็นได้ง่ายและเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักดูนก

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร
Animalia
ไฟลัม
Chordata
ชั้น
Aves
อันดับ
Coraciiformes
วงศ์
Meropidae
สกุล
Merops
ชนิด
Merops philippinus

สำรวจ Blue-tailed Bee-eater

ระบุชนิดนกได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุชนิดด้วยภาพและเสียง ฐานข้อมูลครบถ้วนและรายการส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป