Birdby LogoBirdby
ไก่ฟ้าธรรมดา (Phasianus colchicus)

ไก่ฟ้าธรรมดา

เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด (Least Concern) โดย IUCN เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง

Phasianus colchicus

เห็นนกหรือ? ระบุชนิดทันทีด้วยแอป Birdby

เปิดแอป

เกี่ยวกับ

ไก่ฟ้าธรรมดาเป็นนกขนาดใหญ่และมีสีสันสวยงาม พบได้ทั่วไปในทุ่งนา ป่าละเมาะ และพื้นที่กึ่งป่า เป็นนกที่ถูกนำไปเลี้ยงและปล่อยในหลายพื้นที่ทั่วโลกเพื่อเป็นนกเกม ทำให้มีการแพร่กระจายกว้างขวาง โดยเฉพาะตัวผู้จะมีสีสันฉูดฉาดและหางยาวโดดเด่น

ขนาดและอายุขัย

ความยาว
ตัวผู้: 60-90 เซนติเมตร (รวมหางยาว), ตัวเมีย: 50-63 เซนติเมตร
ระยะปีกกาง
70-90 เซนติเมตร
น้ำหนัก
ตัวผู้: 0.9-1.5 กิโลกรัม, ตัวเมีย: 0.6-0.9 กิโลกรัม
อายุขัย
เฉลี่ย 1-3 ปีในธรรมชาติ สูงสุดอาจถึง 7 ปี
อาหาร
เป็นสัตว์กินพืชกินสัตว์ (omnivore) อาหารหลักได้แก่ เมล็ดพืช ธัญพืช ผลเบอร์รี่ แมลง หนอน ตัวอ่อน และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก

ลักษณะทางกายภาพ

ขน
ตัวผู้มีขนสีสันสดใส ส่วนใหญ่เป็นสีเขียวเข้มถึงม่วงที่หัวและคอ มีวงแหวนสีขาวรอบคอ (ในบางชนิดย่อย) ลำตัวมีสีน้ำตาลทองแดงถึงม่วงแดงประกาย ตัดด้วยลายเกล็ดสีเข้ม ปีกมีสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลทองอ่อน มีลายขวางสีน้ำตาลเข้ม หางยาวเป็นลายขวางสลับสี ตัวเมียมีสีน้ำตาลอ่อน ลายขีดสีเข้มทั่วตัวเพื่อพรางตัวได้ดีกว่าหางสั้นกว่าตัวผู้
รูปร่างจะงอยปาก
จะงอยปากสั้น หนา และโค้งงอ เหมาะสำหรับการจิกกินพืชและแมลง
สีตา
ตาสีเหลืองถึงส้มแดง มีหนังเปลือยสีแดงรอบดวงตาที่ตัวผู้
สีขา
ขาสีเทาอมน้ำตาล มีเดือยแหลมที่ขาตัวผู้
ลักษณะที่โดดเด่น
ตัวผู้มีหางยาวมากและมีสีสันสะดุดตา มีหนังเปลือยสีแดงที่รอบตา ตัวเมียมีสีน้ำตาลลายเพื่อการพรางตัว มีขนาดเล็กกว่าตัวผู้และหางสั้นกว่าอย่างชัดเจน
ลักษณะของวัยอ่อน
ลูกไก่มีขนอ่อนสีน้ำตาลอมเหลืองลายขีดสีเข้มเพื่อการพรางตัว คล้ายกับตัวเมียแต่มีขนาดเล็กกว่าและสีซีดกว่า เมื่อโตขึ้นจะเริ่มแสดงลักษณะของเพศผู้หรือเมีย
การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลไม่ชัดเจนนักในแง่ของสีขน แต่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้จะมีสีสันสดใสเป็นพิเศษและแสดงพฤติกรรมเกี้ยวพาราสีมากขึ้น
ความแตกต่างทางเพศ
โดดเด่นมาก ตัวผู้มีสีสันสวยงาม หางยาว และมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียอย่างชัดเจน ส่วนตัวเมียมีสีเรียบกว่า มีสีน้ำตาลลายเพื่อการพรางตัว

วิธีระบุชนิด

  1. 1

    ลักษณะโดยรวม

    ตัวผู้มีขนาดใหญ่ หางยาวมาก สีสันสดใส โดยเฉพาะหัวสีเขียวหรือม่วงเหลือบ ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า สีน้ำตาลลายเพื่อการพรางตัว

  2. 2

    สีขน

    ตัวผู้มีหัวสีเขียวเข้มถึงม่วงเหลือบ คอมีวงแหวนสีขาว (บางชนิดย่อย) ลำตัวสีแดงอมทองแดงถึงม่วงแกมแดง หางยาวลายขวางสลับสี ตัวเมียมีสีน้ำตาลด่างคล้ายลายไม้

  3. 3

    เสียงร้อง

    ตัวผู้ส่งเสียงร้อง 'ค็อก-ค็อก' ดังชัดเจนและซ้ำๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์

  4. 4

    พฤติกรรม

    มักจะหากินบนพื้นดิน บินขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นแนวตรงและมีเสียงดังเมื่อถูกรบกวน มักวิ่งหนีก่อนบิน

ถิ่นที่อยู่และการกระจาย

ไบโอม
ทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ พื้นที่เกษตรกรรม ขอบป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ และพุ่มไม้เตี้ย
การกระจายทางภูมิศาสตร์
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ถูกนำไปปล่อยและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ และนิวซีแลนด์
ระดับความสูง
ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงความสูง 3,000 เมตรขึ้นไปในบางพื้นที่
สิ่งแวดล้อมที่ชอบ
ชอบบริเวณที่มีพืชพรรณปกคลุมหนาแน่น เช่น พุ่มไม้ ต้นกก หรือพื้นที่เกษตรกรรมที่มีพืชคลุมดิน เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนและหาอาหาร

พฤติกรรม

เวลาที่ใช้กิจกรรม
หากินในเวลากลางวัน ส่วนใหญ่ในช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำ กลางวันอาจพักผ่อนในที่กำบัง
พฤติกรรมการกิน
หากินบนพื้นดินเป็นหลัก โดยการจิกคุ้ยหาอาหาร ได้แก่ เมล็ดพืช ธัญพืช ผลเบอร์รี่ รากพืช แมลงและตัวอ่อนต่างๆ
พฤติกรรมทางสังคม
นอกฤดูผสมพันธุ์ อาจรวมตัวกันเป็นฝูงเล็กๆ แต่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้มักจะอยู่เดี่ยวๆ หรือในอาณาเขตที่มีตัวเมียหลายตัว (harem) ตัวเมียมักจะทำรังและเลี้ยงลูกตามลำพัง
รูปแบบการบิน
จะบินขึ้นอย่างรวดเร็วและมีเสียงดังเมื่อถูกรบกวน บินได้ในระยะทางสั้นๆ แต่เร็วและพุ่งตรงไปข้างหน้า ส่วนใหญ่จะเลือกวิ่งหนีหรือหลบซ่อนตัวในพุ่มไม้
การอพยพ
ไม่ใช่นกอพยพ จะอาศัยอยู่ประจำถิ่นในพื้นที่ที่พบเห็น
การหวงอาณาเขต
ตัวผู้มีความเป็นเจ้าของอาณาเขตในช่วงฤดูผสมพันธุ์ จะพยายามขับไล่ตัวผู้ตัวอื่นออกจากอาณาเขตของตน เพื่อครอบครองตัวเมีย

เสียงร้องและเสียงเรียก

เสียงร้อง
ตัวผู้มักจะส่งเสียงร้อง 'ค็อก-ค็อก' หรือ 'คอร์ก-คอร์ก' ดังๆ ซ้ำๆ โดยมักจะร้องพร้อมกับการพยักหน้าและกระพือปีก
เสียงเรียก
มีเสียงปลุกให้ตื่นหรือเสียงเตือนภัยที่แหลมคมและสั้น ดัง 'เฟซซซซ' หรือ 'เคียะ-เคียะ' นอกจากนี้ตัวเมียอาจมีเสียงเรียกเบาๆ เมื่ออยู่กับลูก
เมื่อใดส่งเสียง
ตัวผู้จะร้องบ่อยที่สุดในช่วงฤดูผสมพันธุ์ (ฤดูใบไม้ผลิ) ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ส่วนเสียงเตือนภัยสามารถได้ยินได้ตลอดทั้งวันเมื่อถูกรบกวน

การสืบพันธุ์

ฤดูผสมพันธุ์
โดยทั่วไปคือเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ
พฤติกรรมการทำรัง
ตัวเมียสร้างรังบนพื้นดินในพุ่มไม้หนาแน่น ทุ่งหญ้าสูง หรือขอบป่า เป็นรังแบบเรียบง่าย มีเพียงการขูดโพรงตื้นๆ และบุด้วยหญ้า กิ่งไม้ใบไม้เล็กๆ
จำนวนไข่ในรัง
โดยทั่วไป 8-12 ฟอง สูงสุดอาจถึง 18 ฟอง
ลักษณะของไข่
ไข่มีสีเขียวมะกอก น้ำตาลอมเขียว หรือน้ำตาลอ่อน ไม่มีลวดลายใดๆ มีความมันวาว
ระยะการฟักไข่
ประมาณ 23-26 วัน ตัวเมียฟักไข่เพียงลำพัง
ระยะการออกจากรัง
ลูกไก่สามารถเดินและหากินได้เองในไม่กี่ชั่วโมงหลังฟัก และสามารถบินได้ใน 12-14 วัน แต่จะยังคงอยู่กับแม่จนถึงอายุ 10-12 สัปดาห์
การดูแลของพ่อแม่
ตัวเมียเป็นผู้ดูแลลูกไก่เพียงลำพัง ตัวผู้ไม่มีส่วนร่วมในการฟักไข่หรือเลี้ยงลูก

พบที่ใด

ทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรม

โดยเฉพาะทุ่งนาข้าว พื้นที่เพาะปลูกธัญพืชที่มีพุ่มไม้หรือแนวต้นไม้เป็นที่กำบัง

ขอบป่าและป่าละเมาะ

บริเวณรอยต่อระหว่างป่ากับพื้นที่เปิด หรือในป่าโปร่งที่มีพุ่มไม้หนาแน่น

พื้นที่ชุ่มน้ำและพุ่มไม้เตี้ย

ตามแนวแม่น้ำ ห้วยหนอง หรือพื้นที่ที่มีพืชพรรณขึ้นรก เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนและแหล่งอาหาร

เคล็ดลับภาคสนาม

  1. สังเกตในช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำ. ไก่ฟ้าธรรมดาจะหากินอย่างกระตือรือร้นในช่วงเวลานี้ ทำให้มีโอกาสพบเห็นได้ง่ายกว่า
  2. ฟังเสียงร้อง. ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ เสียงร้อง 'ค็อก-ค็อก' ของตัวผู้จะช่วยให้ระบุตำแหน่งได้ง่าย
  3. มองหาในที่กำบัง. พุ่มไม้หนาแน่น ทุ่งหญ้าสูง หรือแนวต้นไม้เป็นที่หลบซ่อนและเคลื่อนที่ของพวกมัน
  4. ขับรถช้าๆ ตามถนนชนบท. บางครั้งอาจพบพวกมันเดินข้ามถนนหรือหากินตามขอบถนนในพื้นที่ชนบท

ชนิดที่คล้ายกัน

ไก่ฟ้าหลังขาว

Lophura nycthemera นกชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน

ไก่ฟ้าหลังขาวตัวผู้มีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำ-น้ำเงินเหลือบเงาและมีหลังสีขาวโดดเด่น ไม่มีวงแหวนสีขาวรอบคอที่ชัดเจนเหมือนไก่ฟ้าธรรมดาบางชนิดย่อย ส่วนตัวเมียมีสีดำและมีลายคล้ายเกล็ด ต่างจากไก่ฟ้าธรรมดาที่มีสีน้ำตาลและลายขีด

ไก่ป่า

Gallus gallus

ไก่ป่ามีขนาดเล็กกว่าไก่ฟ้าธรรมดามาก ตัวผู้ไก่ป่ามีหงอนและเหนียงสีแดงสดที่โดดเด่น ส่วนไก่ฟ้าธรรมดาไม่มีหงอน แต่มีหนังเปลือยสีแดงรอบดวงตาที่เห็นชัดเจน หางของไก่ฟ้าธรรมดายาวและแหลมเรียวกว่าของไก่ป่า

ไก่ฟ้าหางยาว (Reeves's Pheasant)

Syrmaticus reevesii

ไก่ฟ้าหางยาวมีลวดลายที่แตกต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะตัวผู้ที่มีแถบหน้ากากสีดำและมงกุฎสีขาว หางยาวมากและมีลวดลายเป็นแถบสลับสีดำและขาวอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากไก่ฟ้าธรรมดาที่มีสีโดยรวมเป็นสีน้ำตาลแดงและหางลายขวางไม่โดดเด่นเท่า

ข้อเท็จจริงด่วน

สถานะการอนุรักษ์:
มีความเสี่ยงต่ำที่สุด (Least Concern)
นิสัย:
หากินบนพื้นดินเป็นหลัก
การแพร่กระจาย:
ถูกนำไปปล่อยในหลายประเทศทั่วโลก
เพศผู้:
มีสีสันสวยงามและหางยาว
เพศเมีย:
สีน้ำตาลลายเพื่อการพรางตัว

ข้อเท็จจริงน่าสนใจ

  • ไก่ฟ้าธรรมดามีหลากหลายชนิดย่อยมากถึง 30 ชนิดย่อย ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านสีขนและลวดลายเล็กน้อย และมักจะถูกผสมข้ามสายพันธุ์เมื่อถูกนำไปเลี้ยง
  • แม้จะเป็นนกขนาดใหญ่ แต่พวกมันชอบที่จะเดินและวิ่งมากกว่าการบิน และสามารถวิ่งได้เร็วพอสมควรเพื่อหลบหนีผู้ล่า
  • ในฤดูหนาว หากอาหารหายาก ไก่ฟ้าธรรมดาจะรวมฝูงกันและขุดคุ้ยหาสิ่งที่กินได้แม้กระทั่งในหิมะ

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร
Animalia
ไฟลัม
Chordata
ชั้น
Aves
อันดับ
Galliformes
วงศ์
Phasianidae
สกุล
Phasianus
ชนิด
Phasianus colchicus

สำรวจ ไก่ฟ้าธรรมดา

ระบุชนิดนกได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุชนิดด้วยภาพและเสียง ฐานข้อมูลครบถ้วนและรายการส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป