Birdby LogoBirdby
นกโพระดกหน้าผากดำ (Psilopogon lineatus)

นกโพระดกหน้าผากดำ

สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ (Least Concern) ตามบัญชีแดงของ IUCN

Psilopogon lineatus

เห็นนกหรือ? ระบุชนิดทันทีด้วยแอป Birdby

เปิดแอป

เกี่ยวกับ

นกโพระดกหน้าผากดำเป็นนกขนาดกลาง มีขนสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ ลำตัวอ้วน หัวโต มีส่วนของใบหน้าและคอที่มีลายขีดสีขาวและดำโดดเด่น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ 'Lineated' หรือ 'ลายขีด' นกชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจายเมล็ดพืชในป่าเขตร้อน

ขนาดและอายุขัย

ความยาว
25-28 เซนติเมตร
ระยะปีกกาง
40-42 เซนติเมตร
น้ำหนัก
110-180 กรัม
อายุขัย
ประมาณ 8-12 ปีในธรรมชาติ
อาหาร
เป็นสัตว์กินผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะผลไม้ที่มีเนื้อนุ่มและมีเมล็ดมาก รวมถึงแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก

ลักษณะทางกายภาพ

ขน
ขนโดยรวมสีเขียวสดใส บริเวณหัว คอ และอกมีลายขีดสีขาวและดำเด่นชัด บริเวณหน้าผากมีสีดำอมน้ำตาล แถบเหนือตาและใต้ตามีสีขาว แถบแก้มเป็นสีเขียว มีขนแข็งคล้ายหนวดรอบโคนปาก
รูปร่างจะงอยปาก
ปากหนา ใหญ่ แข็งแรง และเป็นรูปกรวย ตรงปลายงุ้มเล็กน้อย สีเหลืองซีดถึงสีมะนาว บริเวณโคนปากมีขนแข็งคล้ายหนวดสีดำ
สีตา
ตาสีน้ำตาลเข้ม
สีขา
ขาสั้นแข็งแรง มีสีเหลืองอมเขียว
ลักษณะที่โดดเด่น
จุดเด่นคือลายขีดสีขาวและดำบริเวณใบหน้าและคอ รวมถึงปากสีเหลืองสดใส
ลักษณะของวัยอ่อน
ลูกนกมีสีขนโดยรวมคล้ายนกเต็มวัย แต่ลายขีดบนใบหน้าและคออาจไม่คมชัดเท่า และสีอาจดูทึมกว่าเล็กน้อย
การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของสีขนตามฤดูกาล
ความแตกต่างทางเพศ
ไม่พบความแตกต่างทางเพศที่ชัดเจนในเรื่องของสีขนหรือขนาด

วิธีระบุชนิด

  1. 1

    ลักษณะปาก

    ปากหนาสีเหลืองสดใสเป็นจุดเด่นที่สังเกตง่าย

  2. 2

    ลายบนหัวและคอ

    ลายขีดสีขาวสลับดำบนใบหน้าและคอ เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในการระบุนกชนิดนี้

  3. 3

    สีขนโดยรวม

    ลำตัวสีเขียวสดใส เป็นลักษณะทั่วไปของนกโพระดก แต่ต้องดูร่วมกับจุดเด่นอื่น

  4. 4

    เสียงร้อง

    เสียงร้อง 'ปุ๊ก-กรู-รุ๊ก-รุ๊ก' ที่เป็นเอกลักษณ์ มักช่วยในการระบุชนิดได้แม้ไม่เห็นตัว

ถิ่นที่อยู่และการกระจาย

ไบโอม
ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่ง ชายป่า สวนผลไม้ และพื้นที่เกษตรกรรมที่มีต้นไม้ใหญ่
การกระจายทางภูมิศาสตร์
พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดียตะวันออก เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ ไปจนถึงเมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์
ระดับความสูง
ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,500 เมตร
สิ่งแวดล้อมที่ชอบ
ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่หนาแน่น โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีผลไม้ให้กิน

พฤติกรรม

เวลาที่ใช้กิจกรรม
หากินในเวลากลางวัน
พฤติกรรมการกิน
หากินผลไม้นานาชนิด เช่น มะเดื่อ มะม่วง หว้า และผลไม้อื่นๆ รวมถึงแมลงขนาดใหญ่ เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อ และแมงมุม มักเกาะอยู่ตามกิ่งไม้สูงเพื่อหาอาหาร
พฤติกรรมทางสังคม
มักพบอยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ บางครั้งอาจรวมกลุ่มเล็กๆ เพื่อหาอาหารในต้นไม้ใหญ่ที่มีผลไม้สุกจำนวนมาก
รูปแบบการบิน
บินค่อนข้างตรงและหนักปีก มักบินในระยะทางสั้นๆ ระหว่างต้นไม้
การอพยพ
เป็นนกประจำถิ่น ไม่มีการอพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล
การหวงอาณาเขต
แสดงพฤติกรรมหวงถิ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์

เสียงร้องและเสียงเรียก

เสียงร้อง
เสียงร้องหลักเป็นเสียงครางต่ำๆ ซ้ำๆ เป็นจังหวะ เช่น 'ปุ๊ก-กรู-รุ๊ก-รุ๊ก' หรือ 'คุก-เคอ-รุ๊ก' ซึ่งอาจฟังดูคล้ายเสียงกบ หรือเสียงเคาะไม้แห้งๆ
เสียงเรียก
เสียงร้องเตือนภัยจะสั้นและแหลมกว่า ปกติจะร้องเพื่อประกาศอาณาเขตและหาคู่
เมื่อใดส่งเสียง
มักร้องในช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ และอาจร้องต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การสืบพันธุ์

ฤดูผสมพันธุ์
ในประเทศไทยมักอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม
พฤติกรรมการทำรัง
ทำรังในโพรงต้นไม้ โดยใช้ปากที่แข็งแรงเจาะโพรงในต้นไม้ที่ตายแล้วหรือผุพัง มักเลือกต้นไม้สูงที่ไม่ถูกรบกวน
จำนวนไข่ในรัง
วางไข่ครั้งละ 2-4 ฟอง
ลักษณะของไข่
ไข่สีขาว ไม่มีลวดลาย
ระยะการฟักไข่
ระยะฟักไข่ประมาณ 13-15 วัน โดยพ่อและแม่ช่วยกันฟัก
ระยะการออกจากรัง
ลูกนกจะอยู่ในรังประมาณ 33-39 วัน หลังจากฟักเป็นตัว
การดูแลของพ่อแม่
ทั้งพ่อและแม่ช่วยกันป้อนอาหารลูกนกจนกว่าจะโตพอที่จะออกจากรังและหาอาหารได้ด้วยตัวเอง

พบที่ใด

ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ

พบได้ทั่วไปในป่าเหล่านี้ โดยเฉพาะตามเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่

สวนผลไม้และสวนสาธารณะ

มักพบในพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ผล เช่น มะเดื่อ หรือมะม่วง

แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหลายแห่งในประเทศไทย เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

เคล็ดลับภาคสนาม

  1. ฟังเสียงร้อง. เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์มักเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการระบุตำแหน่งของนกชนิดนี้ หากได้ยินเสียง ให้มองหาตามกิ่งไม้สูง
  2. สังเกตต้นไม้มีผล. พวกมันชอบกินผลไม้ ดังนั้นการเฝ้ารอตามต้นไม้ที่มีผลสุก เช่น ต้นมะเดื่อ จะเพิ่มโอกาสในการพบเห็น
  3. ใช้กล้องส่องทางไกล. เนื่องจากมักอยู่ในเรือนยอดไม้สูง การใช้กล้องส่องทางไกลจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของลายบนใบหน้าได้ชัดเจนขึ้น

ชนิดที่คล้ายกัน

นกโพระดกธรรมดา

Psilopogon viridis

นกโพระดกธรรมดามีสีเขียวตลอดตัว ไม่มีลายขีดบนใบหน้าและคอที่เด่นชัดเท่านกโพระดกหน้าผากดำ

นกบั้งรอกเขียวอกแดง

Megalaima haemacephala

นกบั้งรอกเขียวอกแดงมีขนาดเล็กกว่ามาก มีสีแดงบริเวณหน้าอกและหน้าผากเด่นชัด ซึ่งต่างจากนกโพระดกหน้าผากดำที่ไม่มีสีแดง

ข้อเท็จจริงด่วน

สถานะการอนุรักษ์:
สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ (Least Concern)
ขนาด:
25-28 ซม.
อาหารหลัก:
ผลไม้และแมลง
ถิ่นอาศัย:
ป่า ชายป่า สวนผลไม้
การแพร่กระจาย:
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อเท็จจริงน่าสนใจ

  • นกโพระดกหน้าผากดำเป็นที่รู้จักกันในนาม 'นกจั๊กจั่น' ในบางท้องถิ่นเนื่องจากเสียงร้องที่คล้ายกับเสียงของจั๊กจั่น
  • มีบทบาทสำคัญทางนิเวศวิทยาในการช่วยกระจายเมล็ดพืชหลากหลายชนิดผ่านการกินผลไม้แล้วขับถ่ายเมล็ดออกมา
  • เป็นนกที่มักจะถูกได้ยินเสียงมากกว่าถูกพบเห็นตัว เนื่องจากสีขนที่กลืนไปกับใบไม้และมักอยู่บนยอดไม้สูง

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร
สัตว์ (Animalia)
ไฟลัม
สัตว์มีแกนสันหลัง (Chordata)
ชั้น
สัตว์ปีก (Aves)
อันดับ
นกหัวขวานและนกโพระดก (Piciformes)
วงศ์
นกโพระดก (Megalaimidae)
สกุล
Psilopogon
ชนิด
Psilopogon lineatus

สำรวจ นกโพระดกหน้าผากดำ

ระบุชนิดนกได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุชนิดด้วยภาพและเสียง ฐานข้อมูลครบถ้วนและรายการส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป